arsenal-3-1-afc-bournemouth-500x313

อาร์เซน่อล เป็นทีมใหญ่หนึ่งทีมที่เก็บ 3 คะแนนมาครองได้ ยกเว้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ทำได้เพียงแค่เสมอในสัปดาห์ที่ 13 ซึ่งเกมที่อาร์เซ เจอกับ บอร์นมัธ นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะว่าทีมเยือนเป็นทีมที่มาในรูปแบบเปิดเกมแลกเข้าใส่แบบไม่สนหน้าใครต่อหน้าใคร ไม่มีตั้งรับ บุกใส่ยับไม่กลัวใคร ทำให้อาร์เซน่อล เป็นทีมที่ต้องครองบอลแล้วทำเกมขึ้นไป แล้วยังมีทีเด็ดอาศัยจังหวะสวนกลับได้เอามาใช้ครบในเกมนี้ จากที่เกมเริ่มขึ้นจนจบ บอร์นมัธ ไม่ได้เป็นรองด้วยการครองบอลที่สูสีกันทำให้เห็นว่า อาร์เซน่อลก็ค่อนข้างที่จะบุกทำเกมขึ้นไปได้ยากแต่ในจังหวะที่จบสกอร์มีมากกว่าและแม่นยำกว่าจนชนะไปได้

ประตูแรก อเล็กซิล ซานเชส พาทีมออกนำในจังหวะที่ สตีฟ คุ๊ก ส่งบอลให้อดัม เฟรดริซี่ ผู้รักษาประตูแต่ว่าบอลเบาไปโดน ซานเชส วิ่งไปขโมยบอลก่อนที่จะแตะหลบแล้วยิงเข้าไปสบายนับเป็นความผิดพลาดของกองหลังชาวอังกฤษเพียงคนเดียว แต่ก็ยังมาฮึดสู้ไล่ตีเสมอจากจุดโทษในจังหวะที่ มอนเรอัล วิ่งเข้าไปกระแทกข้างหลังของ คอลัม วิลสัน เจ้าตัวลุกขึ้นมายิงประตูให้กับทีไล่ตีเสมอ แต่เกมในครึ่งหลัง มอนเรอัล แก้ตัว เก็บบอลจากเสาสองเปิดยัดเข้าไปที่อีกฝั่ง บอลตรงหัวของ ธีโอ วอลคอต เข้าประตูไปแบบสวยงามและลงตัวทำให้ทีมกลับมาขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 สุดท้ายช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เป็นเกมส่วนกลับของ อาร์เซน่อลขึ้นมาฝั่งขวาบอลมาถึงชิรูดห์ลากสุดริมเส้นตวัดเข้ามาแล้ว ซานเชสวิ่งปาดหน้ากองหลังที่หมดแรงแปลบอลเข้าประตูไปแบบไม่ยากทำให้ทีมการันตีชัยชนะได้ทันทีจบเกม ซานเชสเบิ้ล 2ประตูพาทีมเก็บ 3คะแนน ตอนนี้อยู่ที่ 4 ของพรีเมียร์ลีก

chelsea-2-1-tottenham-hotspur

ลอนดอน ดาร์บี้แมตซ์ อีกเกมเป็นการเจอกันของ เชลซี กับ สเปอร์ส ทีมที่อยู่ในจังหวัดเดียวกันนั้นก็คือลอนดอน ทั้งคู่ถือว่าต้องการคะแนนเพราะว่ามีส่วนในการพาทีมขึ้นไปแย่ชิงตำแหน่งพรีเมียร์ลีก ณ ตอนนี้ ยังไม่มีทีมไหนที่จะหยุดความเดือดดาดของ เชลซีหลังจากที่ อันโตนิโอ คอนเต้ เข้ามาคุมทีมยังไม่มีทีมไหนยิงเขาได้มาติดต่อ 6เกมด้วยกันนับว่าประสบความสำเร็จในเรื่องของเกมรับ แต่ในเกมนี้ มันจะจบง่ายๆไม่ได้เพราะว่าทีมใหญ่ด้วยกันทั้งคู่ อยู่เมืองเดียวกันต้องแย่งชิงที่ 1ของลีก ทำให้เกมนี้ออกมาแบบไม่มีความประณีตประนอม เปิดฉากเข้าใส่กันตั้งแต่ต้นครึ่งแรกเลยนับว่าพาทีมระอุขึ้นมาสำหรับทีมเยือนทักทายแรง

เชลซีเก็บคลีนชีตมาแล้ว 6เกมติดต่อกัน สเปอร์สเป็นทีมแรกที่หยุดสถิตินี้ตั้งแต่เกมเริ่มขึ้นมานาทีที่ 11 เป็นบอลจาก เดลี่ อัลลี เข้ากลางมายัง อิริคเซ่น เจ้าตัวจับบอลได้ จังหวะมันโอเค ซัดบอลดื้อๆ บอลพุ่งไปตรงกรอบเสียบสามเหลี่บมเบิกสกอร์แรกไปก่อน หลังจากนั้น อันโตนิโอ คอนเต้ นั่งไม่ติดคิดแก้เกมต่อเนื่องจนมาสำเร็จในครึ่งหลังบอลจาก เนมานย่า มาติช ตรงกลางมายังหน้าประตูที่ เปโดร โรดดิเกวซจังบอลได้พลิคมายังเท้าขวาแล้วปั่นโค้งๆบอลเข้ากระแทกตาข่ายทางหน้าต่างเสาสอง ฮิวโก้ โยริช พุ่งสวยไปทางบอลแต่ไม่โดนบอลเป็นประตูตีเสมอที่สวยงามมาก พอโดนตีเสมอเครื่องรวน นาทีที่ 51 วิคตอร์ โมเสส ซัดประตูชัยให้เชลซีพลิคกลับมาชนะ 2-1 บอลมาจากทางฝั่งซ้ายที่ ดิอาโก้ คอสต้า เลี้ยงลุยไม่มีคนเข้าประกบ ลากยาวจนถงสุดเส้นหลัง ปาดมาที่เสาสองไม่มีคน นอกจาก วิคตอร์ โมเสส วิ่งเข้ามาแปลเต็มเท้าบอลพุ่งเข้าประตูไป โยริชเซฟด้วยเท้าแต่บอลมันแรงไม่ออกหน้าประตู นับว่าเป็นเกมที่พลิคกลับมาชนะได้อีกรอบสำหรับ อันโตนิโอ คอนเต้